[VSCode] - Multiple editing

Standard
หลังจากที่เปลี่ยน Editor จาก Sublime Text มาเป็น Visual Stduio Code ได้สักพัก  ก็มีเรื่องขัดใจในการใช้ Multiple editing อยู่นิดหน่อย   เพราะว่าหา Key ที่จะใช้ไม่เจอ   Blog นี้เลยมาสรุปไว้สักหน่อย ทั้ง Visual Studio Code และ Sublime Text ผมจะใช้ Vim mode นะครับ

การแก้ไขข้อความที่เหมือนกัน

Cmd + Shilf + L => select ข้อความที่เหมือนกันทั้งหมด
Cmd + d => select ข้อความที่เหมือนกันทีละจุด

การแก้ไขบรรทัดถัดไป

Alt + Shilf + [Up/Down] => select บรรทัดถัดไป

การแก้ไขใน visual block

ใน Visual Block Mode เมื่อมีการ select block แล้วสามารถใช้
- S ลบหนึ่งตัวแล้วเข้า multiple editing mode
- I  เลื่อน cursor ไปไว้ข้างหน้าแล้วเข้า multiple editing mode
- A เลื่อน cursor ไปไว้ด้านหลังแล้วเข้า multiple editing mode

การแก้ไขแบบหลายบรรทัด

select บรรทัดที่ต้องการแก้ไข
alt + shilf + I  แล้วจะเข้า mode    visual line mode multicursor
กด esc 1 ครั้งจะเข้า mode Normal mode multi cursor 
จากนั้นแก้ไข code ตามต้องการ

[Linux] - วิธี Move File โดยระบุช่วงวันที่ของไฟล์

Standard

สืบเนื่องมาจาก VPS บน Digital Ocean  disk เริ่มจะไม่พอใช้ เลยไป add volume แล้ว mount พื้นที่ขึ้นมาใช้งาน   ทีนี้ต้องการจะย้ายไฟล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ไปเก็บที่ volumne ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ก็สามารถทำโดยใช้ command ด้านล่างนี้ครับ

  find [source_dir] -newermt "Jan 1 2015" -and \! -newermt "Dec 31 2015"  -type f -exec mv {} [destination_dir]  \;

[Solaris] - วิธีตั้งค่า Hostname และ IP บนเครื่อง Solaris

Standard

1. Check current status
# hostname
myhost
# ifconfig -a

lo0: flags=1000849 <UP,LOOPBACK,RUNNING,MULTICAST,IPv4> mtu 8232 index 1
        inet 127.0.0.1 netmask ff000000 
eri0: flags=1000843 <UP,BROADCAST,RUNNING,MULTICAST,IPv4> mtu 1500 index 2
        inet 10.0.0.14 netmask ff000000 broadcast 10.255.255.255
        ether 8:0:20:c1:8b:c3 

2. change hostname & IP
# vi /etc/nodename
mynewhostname

In Solaris 10 11/06 and earlier Solaris 10 releases only, do the following:
# vi /etc/inet/ipnodes
192.168.55.14   mynewhostname      #moved system to 192.168.55 net

# vi /etc/inet/hosts
#
# Internet host table
#
127.0.0.1       localhost
192.168.55.14   mynewhostname        loghost
# vi /etc/hostname.eri0
192.168.55.14   netmask  255.255.255.0

3. Change netmask
# vi /etc/netmasks.
.
.
192.168.55.0    255.255.255.0
# vi /etc/defaultrouter
192.168.55.200        #moved system to 192.168.55 net
#


4. Reboot

http://docs.oracle.com/cd/E19253-01/816-4554/gbwxb/index.html

[RaspberryPi] - วิธีเปิดใช้งาน VNC บน RaspberryPi

Standard

ไม่ได้จับ RaspberryPi นานมาก   วันนี้ลองเล่นดู ก็เห็นเมนู Config มีให้เปิดการใช้งาน VNC เพิ่มเข้ามา  (ไม่รู้มีมาให้นานหรือยัง)   แสดงว่าน่าจะเปิดใช้งานได้เลย เพราะเค้าติดตั้ง vncserver มาให้แล้ว    ไม่รอช้าเอา MobaXterm Connect เข้าไป   พ่ามมมมม  ต่อได้แหะแต่มี error เกี่ยวกับการตั้งค่า Security  เลย search ไปเจอวิธีตั้งค่าตามนี้

https://raspberrypi.stackexchange.com/questions/63586/how-to-set-vnc-security-settings-using-ssh-no-security-types-supported-server

  1. เข้าไปแก้ไขไฟล์ /root/.vnc/config.d/vncserver-x11
  2. เพิ่ม 3 บรรทัดนี้ต่อท้ายไฟล์เข้าไป
    Authentication=VncAuth
    Encryption=AlwaysOff
    Password=e0fd0472492935da
    
  3. Restart  server
  4. ตั้งค่ารหัสผ่านโดยใช้คำสั่ง   vncpasswd -service
เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ  เอา vnc client remote เข้าไปใช้งานได้เลย

[PlatformIO] - เมื่อลง PlatformIO ไม่ได้ เพราะ Operation not permitted

Standard
หลังจากติดตั้ง PlatformIO ไม่ได้  พยายามแก้เรื่อง permission อยู่พักใหญ่ ๆ แก้ไม่ได้สักที  เปิดเจอ Link นี้จบเลย

https://stackoverflow.com/questions/35049907/cannot-sudo-pip-uninstall-operation-not-permitted-tmp-in-os-x-el-capitan

สรุปลง Python ใหม่ 555

brew reinstall python

 จากนั้นก็ลง PlatformIO ได้ปกติ
sudo pip install -U platformio

[Rov] - มือใหม่ต้องรู้ รวมเทคนิคการเล่น ที่จะทำให้คุณเล่นได้ดีกว่าเดิมแน่นอน

Standard

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าผมเองก็ไม่ได้เก่งอะไร   แต่พอดีมีเพื่อน ๆ ที่รู้จักหลายคน  เริ่มหันมาเล่น RoV  ก็จะมีคนถามรายละเอียดต่าง ๆ ว่าอันนี้คืออะไร อันนั้นคืออะไร  เล่นตัวไหนดี  ใส่รูนยังไง  .......  พอมาเล่นด้วยกันก็รู้สึกว่าการยืนเลน  Step การเล่นของเพื่อนก็ยังไม่ดี   ก็เลยเอาคลิปที่เทพ ๆ เค้าทำมาสอน  ส่งต่อให้เพื่อนอีกที     พอเพื่อนเยอะก็เริ่มขี้เกียจส่งละ  เลยทำบทความรวมเทคนิคนี้ขึ้นมา

Beginner Guide

อันดับแรกเลยให้ดู Beginner Guide ของ Doyser มีครบเครื่องจริง ๆ ตั้งแต่อธิบายเกม  การยืนเลน  การปิงแมพ  เรียกได้ว่ามือใหม่ต้องดูเลย  (มีอยู่ 5 คลิป)



แนวทางการเล่น Hero ต่าง ๆ 

หลังจากเรามีพื้นฐานแล้ว  ก็ไปดูแนวทางการเล่น Hero ตัวต่าง ๆ การจัดรูน  และการจัดไอเท็ม  หลัก ๆ ก็จะมี Youtube Channel  ตามด้านล่างนี้ครับ  ต้องขอขอบคุณ   เทพๆ ทั้งหลายสำหรับแนวทางการเล่นด้วยครับ

Doyser  : คนนี้เทพ Nakroth Step ดีมาก ๆ
 https://www.youtube.com/channel/UCdlpXdGT3nGDTqIlxUcufCQ

[S]Save TH : คนนี้สอนดีมาก อธิบายสกิลต่าง ๆ การใส่รูน การจัดไอเท็ม  มีรีวิวเกือบทุกตัว
https://www.youtube.com/channel/UCfArOwa77zRl2Mk6gWYqlqA

Mai Ch : คนนี้ผมเข้าไปดูวิธีเล่นครับ
https://www.youtube.com/channel/UCrN6TgeihTQvmITMoHrlaqg

ซ้อม ซ้อม แล้วก็ ซ้อม

ชอบตัวไหนก็ซ้อมเล่นตัวนั้นครับ  ดูแนวทางการเล่นจากเทพ ๆ ข้างบนแล้วลองมาฝึกตาม  เล่นแย่บ้าง  โดนด่าบ้างอย่าไปซีเรียส   เกมมีแพ้มีชนะครับ   อย่างผมชอบเล่น Nakroth แรก ๆ นี่โดนด่ายับเลย   หลังจากไปดูสเต็ปการเล่นของ Doyser ก็เล่นดีขึ้นมานิดนึง   ก็โดนด่าน้อยลง 555


สุดท้าย

อย่าลืมพักผ่อนกันบ้างนะครับ  เข้าใจดีว่าติดเกมมันเป็นยังไง ๆ 555   

[CentOS] วิธีติดตั้ง FTP ใน CentOS7 โดยใช้ VSFTP

Standard
1. ติดตั้ง vsftpd ด้วยคำสั่ง
yum -y install vsftpd
2. แก้ไข Config ของ vsftp ดังนี้
anonymous_enable=NO   # ปิด anonymous login
chroot_local_user=YES # บังคับให้ user อยู่ใน home directory #กำหนด User ที่อยู่ใน list สามารถ ftp ได้
chroot_list_enable=YES
chroot_list_file=/etc/vsftpd/chroot_list

allow_writeable_chroot=YES # ตั้งค่าให้ chroot มีสิทธิในการเขียน เพื่อให้ user  สามารถ อ่าน/เขียน ไฟล์ได้  ถ้าต้องการให้ User อ่านได้อย่างเดียวให้ตั้งค่าเป็น no และไป chmod directory ให้เป็น read only  



3. restart service เพื่อ  reload ค่า config
systemctl restart vsftpd.service
4. ตั้งค่าให้ service ทำงานตอนเปิดเครื่อง
systemctl enable vsftpd.service
5. ตั้งค่า firewall
firewall-cmd --permanent --add-service=ftp
firewall-cmd --reload

5. ตั้งค่า SELinux
setsebool ftpd_full_access on
6. เพิ่ม User
useradd -m username -d path_to_home_dir
passwd username      # ตั้งค่ารหัสผ่าน

วิธีแก้ปัญหา MUST_CHANGE set to ON ใน SQL Server

Standard

หลังจากเจอปัญหาในการสร้าง User และเปลี่ยนแปลงค่าของ User บางอย่างใน Microsoft SQL Server 2016  ก็เจอวิธีแก้จนได้   โดยใช้ script ด้านล่างนี้

USE Master
GO
ALTER LOGIN username WITH PASSWORD = ‘samepassword’
GO
ALTER LOGIN username WITH
      CHECK_POLICY = OFF,
      CHECK_EXPIRATION = OFF;