[Koding] - วิธีติดตั้ง Dropbox บน Koding

Standard

      หลังจากแนะนำวิธีการใช้งาน Koding ไปบ้างแล้ว  หลายคนอาจจะพบความยุ่งยากเวลาต้องแก้ไขงานบนเครื่องตัวเองและบน Koding  บางคนอาจจะไม่ได้ใช้ Koding ทำงานตลอด เพราะตัว Editor บน Koding ไม่ได้เทพมาก  แต่พอแก้โค้ดบนเครื่องไปก็ต้องมา Update บน Koding เพื่อให้โค้ดทั้ง 2 ที่เหมือนกัน   หรือ  บางคนอยากดาวน์โหลดโค้ดทั้งหมดลงมาไว้ในเครื่อง  ก็จะเกิดความยุ่งยาก
     แต่ถ้าเราใช้ Dropbox มาเป็นตัวช่วย ก็จะลดภาระของเราในส่วนนี้ไปครับ  แก้โค้ดบน Koding Dropbox ก็จะ Sync ข้อมูลมาไว้ที่เครื่องเรา  หรือในทางกลับกันถ้าแก้โค้ดบนเครื่องเรา Dropbox ก็จะ Sync ข้อมูลไปไว้ที่ Koding ให้เหมือนกัน

ข้อควรระวัง 
  -  ให้ Sync ข้อมูลจาก Dropbox มาเก็บไว้ในเครื่องแล้วสำรองข้อมูล  เพื่อป้องกันการผิดพลาด 
  -  ถ้าเป็นไปได้ควรสมัคร Dropbox ใหม่  เพราะตอนลง Dropbox ใน Koding มันจะ Sync ไฟล์ที่อยู่บน Dropbox มาหมดเลย  จะเสียพื้นที่โดยไม่จำเป็น  แล้วต้องมา exclude ไฟล์ออกทีละโฟลเดอร์อาจจะทำไฟล์บน Dropbox หายด้วยครับ

ถ้าใครยังไม่มี Dropbox ให้ไปสมัครก่อนนะครับ


ขั้นตอนการติดตั้ง Dropbox บน Koding

1. Download Dropbox
cd ~ && wget -O - "https://www.dropbox.com/download?plat=lnx.x86_64" | tar xzf - 
2. Start Dropbox
~/.dropbox-dist/dropboxd
3. ใน Terminal จะมี URL ให้เรา copy ไปเปิดใน Browser   เสร็จแล้วให้กด Control+C เพื่อปิด Dropbox

4. Start Dropbox บน Backgrond Mode
~/.dropbox-dist/dropboxd &
จบขั้นตอนนี้คือเสร็จการติดตั้ง Dropbox แล้วครับ  ต่อไปจะเป็นการทำ Symbolic Link เพื่อให้โฟลเดอร์ต่าง ๆ ใน Home ของเราไปอยู่ใน Dropbox

5. เพิ่ม Symbolic Link
ln -s ~/Documents ~/Dropbox/Koding/Documents
ln -s ~/Applications ~/Dropbox/Koding/Applications
ln -s ~/Backup ~/Dropbox/Koding/Backup
ln -s ~/Web ~/Dropbox/Koding/Web

ปัญหาตอนนี้คือ VM ของ Koding ไม่ได้เปิดไว้ตลอดครับ  ดังนั้นเราต้องสร้าง Auto start  หรือสั่ง Start ด้วยตัวเองตามข้อ 4  ถ้าใครไม่ต้องการสร้าง Auto Start ก็ข้ามข้อ 6 ไปได้เลยครับ

6. สร้าง Script ให้ Dropbox Auto Start
cd /etc/init.d sudo
touch dropbox
sudo nano dropbox 
ให้ Copy code ไปใส่ใน Terminal  แล้วบันทึกโดยกด F3 แล้ว Enter  จากนั้นปิด nano ด้วยการกด ctrl+x


หลังจากสร้างไฟล์ Script เสร็จให้ chmod เพื่อให้ script ทำงานได้
sudo chmod +x dropbox
sudo update-rc.d dropbox defaults

7. Download Python script มาช่วยจัดการไฟล์บน dropbox
mkdir -p ~/bin wget -O ~/bin/dropbox.py "https://www.dropbox.com/download?dl=packages/dropbox.py"
chmod +x ~/bin/dropbox.py

8. สร้าง Alias ให้ Dropbox แล้วจะสามารถใช้งานคำสั่งต่าง ๆ ได้
alias dropbox='~/bin/dropbox.py' 
การใช้งานให้ดู help เป็นหลักนะครับ
dropbox help
dropbox help exclude
dropbox exclude list
เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ใน Dropbox จะเห็น Folder Koding ครับ  สามารถเอาไฟล์ไปใส่เพื่อ Sync ไฟล์ได้เลย

Credit : https://koding.com/Activity/use-dropbox-to-sync-your-kodingen-vms-with-it

[CSS] - Generate font for web using FontPrep (Mac OS)

Standard

    สำหรับคนที่เขียนเว็บไซต์คงจะทราบดีว่า  Font ที่แสดงบนเว็บมันมีข้อจำกัดมีให้เลือกน้อย และไม่ค่อยสวยเท่าไหร่    ถ้าอยากได้แบบสวย ๆ ก็ต้องไปหาเอง  แล้วแปลงเป็น Font สำหรับเว็บ  ซึ่งบน Mac จะมีโปรแกรมที่ชื่อ FontPrep  นอกจากจะแปลง Font แล้ว  ตัวโปรแกรมยังสามารถมีความสามารถหลาย ๆ อย่างทำให้เราทำงานได้สะดวกมาก



แสดงตัวอย่าง Font บนโปรแกรม

Export Font และตัวอย่างเว็บไซต์


 


สามารถดาวน์โหลด Fontprep ได้ที่นี่  Download

[Web] - ตรวจสอบสถานะเว็บไซต์ด้วย Uptime Robot

Standard


       ถ้าคุณมีเว็บเป็นของตัวเอง  หรือเป็นผู้ดูแลเว็บคงอยากรู้ว่า ณ เวลานี้เว็บของเรายังทำงานปกติหรือเปล่า   ดังนั้นเราจึงพยายามหาเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยในการตรวจสอบการทำงานของเว็บไซต์ของเรา   ซึ่งเครื่องมือที่ผมจะแนะนำก็คือ Uptime Robot นั่นเอง

การทำงานของ Uptime Robot

    Uptime Robot จะเข้ามาตรวจสอบเว็บของเราทุก ๆ Interval ตามที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งเราสามารถตั้งค่า Interval ได้ว่าจะให้ห่างกันกี่นาที    วิธีการตรวจสอบมีหลายแบบ  เช่น HTTP(s) , Keyword , Ping , Port  สำหรับการตรวจสอบสถานะของเว็บเราจะใช้ HTTP(s) ซึ่งการตรวจสอบก็เหมือนกับการเปิดหน้าเว็บ   ถ้าเราตั้งค่าวิธีการตรวจสอบเป็น HTTP(s) และ ตั้งค่า Interval เป็น 5 นาที Uptime Robot ก็จะเข้ามาเปิดหน้าเว็บเราทุก ๆ 5 นาที  ถ้าเปิดเว็บไม่ได้  ก็จะทำการแจ้งเตือนให้เราทราบ

การตั้งค่า Uptime Robot

1.  เลือก Monitor Type
2. กำหนด ชื่อ , URL และ Monitoring Interval


3. ตั้งค่าการแจ้งเตือนโดยเช็คถูกเพื่อให้ส่ง E-Mail เมื่อเว็บผิดปกติ


การแสดงผล

  Uptime Robot จะมีกราฟแสดง Response Time คือ เวลาที่ใช้ในการโหลดเว็บ  นอกจากนี้ยังมีสรุปข้อมูลสถานะปัจจุบัน และ สถานะก่อนหน้าให้ด้วยพร้อมกับแสดงรายละเอียดว่ามีการ Up หรือ Down ช่วงเวลาไหน




[Endomondo] - วิธี Import ข้อมูลการปั่นจักรยานจาก Roadbike

Standard

   สำหรับนักปั่นจักรยานที่ต้องการเก็บสถิติการออกกำลงกายโดยใช้ Smart Phone คงจะเคยใช้ Application อยู่หลายตัว เช่น Endomondo , Roadbike , Strava  แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป  แต่มีตัวนึงที่นอกจากจะเก็บสถิติแล้วยังเป็น Social Network ของคนปั่นจักรยานอีกด้วย  ก็คือ Endomondo นั่นเอง  ซึ่งตอนนี้ก็มีนักปั่นหลาย ๆ คนหันมาใช้ Endomondo เพราะสามารถสร้างกลุ่ม และเข้าร่วม Challenges ต่าง ๆ ได้     สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ Endomondo ก็สามารถ Export ข้อมูลการปั่นจักรยานมาใส่ Endomondo ได้ไม่ยากครับ   

วิธี Export ข้อมูลจาก Roadbike มาใส่ Endomondo

1. Login เว็บ https://www.runtastic.com/  และเข้าไปที่ History



2. ใน History จะมีการจัดเก็บข้อมูลการปั่นจักรยาน  ให้เลือก Session ที่ต้องการ Export  เมื่อเลือกแล้วจะเห็นข้อมูลตามภาพ   ให้กดที่เครื่องหมายสามเหลี่ยมแล้วกด Download
3. เมื่อกด Download จะมี Popup ให้เลือกประเภทของไฟล์ที่จะ Export  ให้เลือกเป็น GPX  จากนั้นเราก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่จะเอาไป Import ใน Endomondo



4. Login เว็บ http://www.endomondo.com  เลือก New Workout แล้วเลือก Import from file



5. คลิ๊กที่ Choose File เพื่อเลือกไฟล์ที่ Download  มาจาก Roadbike  แล้วคลิ๊ก Next


6. เปลี่ยนประเภทจาก Running เป็น Cycling , Sport  (ถ้าไม่เปลี่ยนข้อมูลจะไม่เข้าไปอยู่ใน Challenges ที่เป็นประเภท Cycling)  แล้วกด Save



8. ถ้า Import ข้อมูลสำเร็จ  เราก็จะเห็น Workout ของเรา





 หมายเหตุ

Roadbike สามารถ หยุดบันทึกข้อมูลได้ในขณะที่เราพัก  แต่ Endomondo จะไม่รู้ว่าข้อมูลส่วนไหนคือการหยุด  ทำให้ระยะเวลาที่ใช้ในการปั่นมากกว่าปกติ 



Thanks image from : http://smexchange.ogilvypr.com